“Bangkok Airways” บินดีมาฮานอย เปิดวาร์ปชมฮาลองเบย์

Voyage

  • Pen: popnews
  • Lens: popnews

Posted: 11 May 2018

“ฮาลองเบย์” หรือ “อ่าวฮาลอง” หนึ่งในพิกัดที่นักท่องเที่ยวต้องมาให้ได้ เป็นอ่าวทะเลของเวียดนาม ตั้งอยู่ทางเหนือของประเทศ ลักษณะพิเศษของอ่าวฮาลอง คือ ไม่มีคลื่นทะเลให้ค่อยกวนใจเวลานั่งชมความงามของเกาะน้อยใหญ่
 


  
 
มา “ฮาลองเบย์” ครั้งแรกรู้สึกโชคดี เพราะมีไกด์ค่อยให้ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว ทำให้เที่ยวสนุกไปอีกแบบ ฮาลองเบย์ หรือเรียกว่า “อ่าวฮาลอง” อ่าวนี้มีเกาะอยู่ประมาณ 1996 เกาะ ตั้งเรียงรายสลับกันไป นักท่องเที่ยวสามารถถ่ายภาพได้สวยทุกมุมมอง ยิ่งเวลามีเรือแล่นผ่าน ดูเป็นความงามที่กลมกลืนกับธรรมชาติมาก ส่วนเรือมีไว้ให้บริการประมาณ 1,200 ลำ การบริการแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับนักท่องเที่ยวว่าอยากได้แบบไหน มีตั้งแต่นั่งชมครึ่งวัน ไปจนถึงนอนพักบนเรือก็มี หรือชอบความเป็นส่วนตัวเหมาลำกันไปเป็นคู่ได้หมด สำหรับนั่งชมอ่าวครึ่งวัน จะมีบริการอาหารให้หนึ่งมื้อ เสิร์ฟด้วยซีฟู้ดแบบจัดเต็ม อิ่มท้อง สำราญใจท่ามกลางอ่าวแสนสวย ในราคาเบาๆ ท่านละ 800-1,000 บาท ระหว่างนั่งกินข้าวกลางวันบนเรือ ไกด์บอกให้ฟังว่า อ่าวฮาลอง รองรับนักท่องเที่ยวปีละประมาณ 4 ล้านคน หรือเฉลี่ยวันละประมาณ 20,000 คน คิดเป็น 40% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมดที่มาเยือนเวียดนามตลอดทั้งปี คิดดูเศรษฐกิจของฮาลองเบย์จะดีแค่ไหน

 
 
 
 
รู้เลยทำไหม วอกท์-โรเบิร์ท ผู้กำกับภาพยนตร์คนดัง ถึงเลือก “อ่าวฮาลอง” เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ หนึ่งในฉากเรื่อง “KONG: Skull island” เพราะมีธรรมชาติที่สวยงาม แวดล้อมไปด้วยเกาะเรียงรายซ้อนกันไปมา ถ่ายทำออกมาเป็นภาพยนตร์ที่ตื่นตาตื่นใจ ดูแล้วไม่ซ้ำกับฉากอื่นๆ จากหลายภาพยนตร์ แหล่งท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมีสัญลักษณ์ประจำ เป็นไฮไลท์ เป็นมุมถ่ายภาพยอดฮิตของเหล่านักท่องเที่ยว อ่าวฮาลองก็มี “เกาะไก่จูบกัน” เป็นสัณลักษณ์ของอ่าวแห่งนี้ ซึ่งเป็นรูปที่อยู่ด้านหลังแบงค์ 200,000 ดองของเวียดนาม เป็นเกาะหินคู่มีลักษณะคล้ายกันไก่ หันหน้าเข้าหากัน สายเซลฟี่อย่างเรา ก็ไม่พลาดที่จะคว้ากล้องขึ้นมาเก็บภาพเป็นที่ระลึก มองเห็นคนบนเรือลำอื่นๆ ก็ไม่รีรอที่จะหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายกันอย่างสนุกสนาน

มาฮาลองเบย์ครั้งนี้ โดยได้รับโอกาสที่ดีจากสายการบินบางกอกอร์เวย์ส จากเชียงใหม่ มาฮาลองเบย์ง่ายนิดเดียว บินตรงเชียงใหม่-ฮานอย แบบฟูลเซอร์วิส กินอิ่มหลับสบายตลอดการเดินทาง ถึงเมืองฮานอยต่อรถมาอีก 3 ชั่วโมงกว่า ถึงฮาลองเบย์ แบบสบายๆ รู้แบบนี้แล้วควรเตรียมเก็บกระเป๋า หาวันหยุดพักผ่อน พร้อมจองตั๋วล่วงหน้ากันเลย ส่วนใครที่เป็นคอกาแฟ ปักหมุดไว้ห้ามพลาด กาแฟเวียดนาม เสิร์ฟเป็น “กาแฟดริป” มีกลิ่มหอม รสกลมกล่อม ดื่มง่ายด้วย

 


  
 
 
พูดถึงแหล่งท่องเที่ยว การเดินทางแล้ว สิ่งที่สำคัญอีกหนึ่งเรื่อง คือที่พัก สำหรับผู้เดินทางกับสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เส้นทางบินตรง เชียงใหม่ – ฮานอย (เวียดนาม) ขอแนะนำสถานที่พักโรงแรมในเครือ ACCOR ผู้สนับสนุนหลักของทริปนี้ ท่านที่มีโอกาสมาเที่ยวเมืองฮาลองเบย์ แนะนำให้พักที่ โรงแรม Novotel Ha Long Bay มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน หากเดินทางมาเหนื่อยๆ โรงแรมมี In Balance บริการสปา, ฟิตเนส และสระว่ายน้ำเพื่อความผ่อนคลาย ใครที่รู้สึกหิวไม่อยากออกไปไหน ทางโรงแรมมีห้องอาหาร The Square ไว้ค่อยให้บริการอาหารนานาชาติ เมนูแนะนำ ก๋วยเตี๋ยวเฝอไก่ หรือเนื้อ ได้หมด แล้วแต่ความชอบ และเป็นความโชคดีที่ได้มาพัก โรงแรม Novotel Ha Long Bay ตลอด 3 วัน คือ การได้กินอาหารเช้าที่สมบูรณ์แบบ มีของกินหลากหลายให้เราได้เลือกอิ่มท้อง อิ่มไปถึงกลางวัน ส่วนช่วงบ่ายก็เดินเล่นชิลล์ๆ ใกล้โรงแรมสบาย เพราะมีแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งให้เลือกเดินเล่น ทั้งคาสิโน หรือจะเลือกไปเที่ยว สวนสนุก Sun World และที่เป็นเป้าหมายหลักในการเดินทางมา ฮาลองเบย์ คือ การนั่งเรือชมอ่าวฮาลอง ที่ได้กล่าวไปแล้ว

 


  
 
อยู่ที่ฮาลองเบย์ 2 วันครึ่ง ก็นั่งรถกลับมาที่เมืองฮานอย ระหว่างทางได้แวะเที่ยว Yen Tu ยอดเขาสูงเป็นอันดับ 3 ของเวียดนาม ก่อนนั่งกระเช้าขึ้นยอดเขา Yen Tu ทางโรงแรมในเครือ ACCOR ได้พาเยี่ยมชม Lagacy Yen Tu MGallery by Sofitel ที่พักระดับหรู มีฉากหลังเป็นยอดเขา Yen Tu เป็นภาพวิวที่สวยงามตระการตา ทางโรงแรมใจดีเลี้ยงรับรองอาหารกลางวันให้ด้วยหนึ่งมื้อ หลังจากที่ใช้พลังงานมหาศาลไปกับการพิชิตยอดเขา Yen Tu เป็นการนั่งกระเช้าสลับกับเดินลัดเลาะตามเขา เพราะกระเช้าที่นี่มี 2 ช่วง เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปได้มีโอกาสแวะเยี่ยมชมศาลเจ้าโบราณ ข้างบนยอดเขา Yen Tu อากาศเย็นสบาย ยิ่งเห็นสีเขียวจากธรรมชาติที่รายล้อมตัวเรา ทำให้รู้สึกหายเหนื่อยจากบ้างช่วงที่ต้องใช้การเดินเท้าเพื่อมาถึงยอดเขา ระหว่างทางเดินมีชาวบ้านนำของกินพื้นถิ่นมาขายให้กับนักท่องเที่ยว กลายเป็นจุดแวะพักก่อนเดินกันต่อ แนะนำควรใส่รองเท้าผ้าใบ เพื่อสะดวกในการเดินเท้าบนภูเขา หลังกินมื้อเที่ยงเรียบร้อย ได้เดินทางต่อเพื่อไปเมืองฮานอย

  


    

ระหว่างเดินบนยอดเขาบวกกับกินมื้อเที่ยง ทำให้หลับสบายมาตลอดทางที่อยู่บนรถจนเข้าเขตเมืองฮานอย เสียงพี่ไกด์ก็ปลุกให้เราตื่นเพื่อเตรียมตัวเข้าที่พัก ที่โรงแรม Pullman Hanoi การันตีคุณภาพ 5 ดาว ด้วยบริการระดับพรีเมี่ยม ทั้งห้องสูทหรูหรา, ห้องอาหาร, ล็อบบี้ที่ดูโอ่โถง พร้อมบาร์สำหรับจิบเครื่องดื่มเย็นๆ, เอ็กเซ็กคิวทีฟ เลาจน์สำหรับสมาชิก, สปา, สระว่ายน้ำที่เห็นวิวเมืองฮานอย และอีกมากมาย สัมผัสได้ถึงความเป็นส่วนตัวแบบวีไอพีสุดๆ และทางโรงแรม Pullman Hanoi จัดเลี้ยงต้อนรับมื้อเย็นแบบเอ็กซ์คลูซีฟ อิ่มอร่อย พร้อมเสียงหัวเราะระหว่างมื้ออาหาร พูดคุยกันอย่างออกรสชาติ
 
  

  

หลังมื้อค่ำที่โรงแรม Pullman Hanoi นัดกันออกมาย่ำราตรีในเมืองฮานอย บางคนก็ซื้อของฝาก ส่วนผมกับชาวคณะบางท่านค้นหาพิกัดร้านนั่งดื่มที่มีเพลงฟังไปด้วย และได้คำบอกเล่าจากผู้ดูแลทัวร์ว่า ร้านนั่งดื่มที่ต้องการ คือ ตรอกข้าวสารฮานอย พร้อมส่งพิกัดให้พวกเราเพื่อให้ไปยังจุดหมาย เดินลัดเลาะตามตึกผ่านร้านขายของเพียงกี่ร้อยเมตร ก็พบกับเสียงสีแสงในยามค่ำคืนของฮานอย ปลุกเร้าให้พวกเราดูสดชื่นขึ้นมาอีกรอบ เป็นถนนเล็กๆ ที่อัดแน่นไปด้วยนักท่องราตรี ทั้งชาวเวียนาม และชาวต่างชาติ บรรยากาศร้านเล็กๆ หน้าร้านกว้างประมาณ 2 เมตร จัดโต๊ะกับเก้าอี้นั่งพื้น (เก้าอี้นั่งซักผ้า) ร้านหนึ่งได้ซักประมาณ 3-4 ชุด ส่วนหน้าร้านจัดโต๊ะลงว่างกับพื้นถนน ได้อีกซัก 2-3 ชุด พร้อมเจ้าหน้าที่มาตรวจ (ประมาณเจ้าหน้าที่เทศกิจของไทย) เด็กแต่ละร้านก็จะมาสะกิดแล้วเก็บโต๊ะเก้าอี้ภายในพริบตา ไม่อย่างนั้นทางเจ้าหน้าที่มาเห็นก็ต้องโดนปรับ ส่วนเราก็ต้องไปยืนค่อยในร้านก่อน สักพักเจ้าหน้าที่ไปความคึกคักครื้อนเครงก็กลับมาเหมือนเดิม หรือร้านที่ดีหน่อยก็จะเปิดเป็นผับ เดินเข้าไปสั่งเครื่องดื่ม แล้วโยกไปตามจังหวะเสียงเพลง อยู่จนใกล้เที่ยงคืนได้เวลาซินเดอเรลล่า ตกลงกันว่าต้องกลับไปพักผ่อนเพื่อเช้าวันพรุ่งนี้ พี่ท่านหนึ่งที่ไปด้วยเปิดแอพฯ Grab เพื่อเรียกรถให้ไปส่งยังโรงแรม
 
 
 
เช้าวันรุ่งขึ้น กินข้าวเช้าและเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมเพื่อเดินทางไปยัง “สุสานโฮจิมินท์” เพื่อเยี่ยมคาราวะ มหาบุรุษตลอดกาลของชาวเวียดนาม ที่ทุกคนเรียกติดปากว่า “ลุงโฮ”, เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์, ทำเนียบประธานาธิบดี, บ้านพักที่ท่านโฮจิมินท์เคยใช้ทำงาน และสักการะวัดเสาเดียวที่มีอายุยาวนานกว่า 10 ศตวรรษ ก่อนเดินทางไปสนามบินนานาชาติโหน่ยบ่าย ของฮานอย เพื่อเดินทางกลับเชียงใหม่

 
   
 

สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส สายการบินฯ ที่ให้บริการแบบเต็มรูปแบบภายใต้สโลแกน “Asia Boutique Airline” ความประทับใจแห่งเอเชีย เปิดให้บริการเส้นทางบินตรงระหว่าง เชียงใหม่-ฮานอย (เวียดนาม) โดยให้บริการทุกวัน วันละ 1 เที่ยวบิน ด้วยเครื่องบินแบบเอทีอาร์ 72-500/600 ขนาด 70 ที่นั่ง โดยเที่ยวบินขาไป PG995 ออกจากเชียงใหม่ (สนามบินนานาชาติเชียงใหม่) เวลา 09:55 น. ถึงฮานอย (สนามบินนานาชาตินอยไบ) เวลา 12:00 น. และเที่ยวบินขากลับ PG996 ออกจากฮานอย (สนามบินนานาชาตินอยไบ) เวลา 12.45 น. ถึงเชียงใหม่ (สนามบินนานาชาติเชียงใหม่) เวลา 14:50 น.
 
สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และสำรองที่นั่งได้ที่ ศูนย์ให้บริการลูกค้า (Call Center) โทร. 1771 ตลอด 24 ชั่วโมง ค่าบริการครั้งละ 3 บาททั่วไทย (เฉพาะโทรศัพท์พื้นฐาน) หรือติดต่อที่สำนักงานออกบัตรโดยสารทั่วประเทศ และผู้โดยสารทุกท่านของบางกอกแอร์เวย์ส สามารถเข้าใช้บริการห้องรับรองผู้โดยสารที่ให้บริการอาหารว่าง เครื่องดื่มและอินเทอร์เน็ต ณ สนามบินที่เปิดให้บริการ และสามารถทำการเช็คอินออนไลน์ได้ 24 ชั่วโมงล่วงหน้า ก่อนการเดินทางได้ที่ www.bangkokair.com
 
เครือโรงแรมแอคคอร์ มอบโปรโมชั่นพิเศษสำหรับผู้โดยสารสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส และผู้ที่เดินทางไปประเทศเวียดนาม ใช้วันพักผ่อนของท่านให้เต็มที่เพื่อหาเหตุผลของตัวท่านเองได้แล้ววันนี้ ออกมาเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวเวียดนามในราคาสุดคุ้ม สำหรับสมาชิกบัตรแอคคอร์ พลัส เมื่อจองห้องพักรับคะแนนคูณสอง
 
ระยะเวลาที่เปิดให้จองข้อเสนอนี้ ตั้งแต่ 31 มี.ค. 2561 ถึง 21 พ.ค. 2561 ระยะเวลาเข้าพักของข้อเสนอนี้ตั้งแต่ 05 เม.ย. 2561 ถึง 31 ต.ค. 2561 รับส่วนลด 20% พร้อมอาหารเช้าฟรี ห้องพักมีทิวทัศน์สวยตระการตา ชมประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า อาหารประจำชาติรสเลิศ เกาะอันงดงาม และเมืองที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวาทำให้เวียดนามเป็นปลายทางสำหรับผู้มองหาความโรแมนติก แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม รวมไปถึงวันพักผ่อนสุดผ่อนคลายบนชายหาด ติดต่อที่พักในเครือโรงแรมแอคคอร์ ประเทศเวียดนามที่ร่วมรายการ ได้ที่ https://www.accorhotels.com/th/promotions-offers/early-booking-offers/owm008462-001-truly-unforgettable-vietnam.shtml.